ประวัติซูชิ

ซูชิ (ญี่ปุ่น) sushi ซุชิ และมีการเขียนหลายแบบ ได้แก่
หรือ ข้าวปั้นมีหน้าเป็นอาหารญี่ปุ่นที่ข้าวมีส่วนผสมของน้ำส้มสายชู และกินคู่กับปลา เนื้อ หรือของคาวชนิดต่างๆ
ในประเทศญี่ปุ่นซูชิ หมายถึงอาหารที่มีส่วนประกอบของ ซูชิเมะชิ (ข้าวที่ผสมน้ำส้มสายชู) และมีหน้าแบบต่างๆ
เป็นหน้าที่นิยมได้แก่ อาหารทะเล ผัก ไข่ เห็ด เนื้อที่นำมาใช้อาจเป็นเนื้อดิบ หรือเนื้อที่ผ่านกระบวนการทำอาหารแล้ว
สำหรับในประเทศอื่น และซูชิส่วนใหญ่มักใส่วาซาบิบนข้าวเพื่อให้ได้ความอร่อยมากยิ่งขึ้น
ซูชิ หมายถึง การรวมกันระหว่างปลากับข้าวซูชิมีวิวัฒนาการมาเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วซึ่งเกิดจากความต้องการถนอมอาหารของคนญี่ปุ่น
คำว่า “ ซูชิ” นิยมหมายถึง นิงิริซูชิ ที่เป็นข้าวมาอัดเป็นก้อนและมีเนื้อปลาวางบนด้านหน้าเท่านั้น

ประเภทของซูชิ

*นิงิริซูชิ ( Nigiri Sushi ) เป็นซูชิพบได้บ่อยในภัตตาคาร ซูชิจะมีลักษณะข้าวเป็นก้อนรูปวงรีแล้ววางเนื้อปลาดิบ
ปลาหมึก ฯลฯ ไว้ข้างบน อาจจะใส่วาซาบิเล็กน้อยหรือตกแต่งด้วยสาหร่ายทะเล ซูชิแบบนี้เป็นที่นิยมมากที่สุด
ข้าวปั้นที่กดข้าวเป็นสี่เหลี่ยมมนๆ ด้วยฝ่ามือและมีอาหารสดวางอยู่ด้านบน มีวาซาบิใส่ไว้นิดหน่อยระหว่ากลาง
อาจมีการพันสาหร่ายแผ่นบางๆไว้ วัตถุดิบที่นิยมนำมาทำคือ ปลาดิบ ปลาหมึก ปลาไหล ไข่หวาน ปลาแซลมอน ปลาทูน่า
หอยเม่นหรืออาหารทะเลอื่นๆ

*มากิซูชิ (Maki Sushi ) Makizushi หรือ Norimaki หรือ Makimono ซูชิรูปทรงกระบอกม้วนยาวใช้สาหร่ายแผ่กว้างใส่ข้าว ใส่ผักใส่เนื้อหรือปลาลงไป วางบนแผ่นไม้ไผ่ที่ใช่ห่อซูชิ แล้วม้วนให้เข้ากัน ตัดให้พอดีคำแบ่งได้ 4 ชนิดดังนี้

*Hosomaki ซูชิทรงกระบอกขนาดเล็กบางๆ ห่อด้วยสาหร่าย ส่วนใหญ่จะมีไส้เพียงอย่างเดียว เช่น แตงกวา แครอท
ทูน่า เป็นต้น โดยที่ไส้แตงกวาจะเรียกว่า Kappamaki เป็นชื่อที่ได้มาจากปีศาจน้ำกัปปะที่ชื่นชอบการกินแตงกวาเป็นพิเศษ
และซูชิชนิดนี้นิยมทานเพื่อล้างปากระหว่างการทานปลาดิบกับอาหารชนิดอื่นๆ เพื่อที่เราจะได้เข้าถึงรถชาติของปลาดิบได้มากขึ้นนั้นเอง

*Uramaki ซูชิรูปทรงกระบอกขนาดกลางๆ ใช้ห่อสาหร่าย แตงกวา มายองเนส อะโวคาโด แครอท เนื้อปู ทูน่า ม้วนละโรยด้วยเมล็ดงา

*Gunkan maki ข้าวปั้นรูปไข่ ใช้สาหร่ายพันรอบข้าวและมีอาหารทะเลหรือของสดวางไว้ข้างบน แต้มวาซาบิไว้ ข้างในด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นไข่ปลา ไข่กุ้ง หอยเม่น เป็นต้น

*Temaki ซูชิรูปกรวยไส้ต่างๆ ห่อด้วยข้าวและสาหร่ายอีกชั้นพันห่อเป็นรูปกรวย ซูชิแบบนี้ใช้มือหยิบทานได้ถนัด

*อินะริซูชิ (Inari Sushi ) เต้าหู้ทอดแผ่นบางยัดไส้ซูชิเข้าไป มีทั้งข้าว ปลาดิบและผัก บางที่ก็นำไข่บางๆ มาทำเป็นที่ห่อแทนด้วย
แต่รสชาติจะหวานกว่า

*ชิราชิซูชิ (Chirashi Sushi ) เป็นการจัดปลาดิบ ปลาหมึก กุ้ง ผัก ฯลฯ ที่หั่นเป็นชิ้นๆ วางเรียงบนข้าวในภาชนะต่างๆ ชาวโอซาก้าเรียกว่า Gomokuzushi แบบคันไซไม่มีการจัดเรียงมากมายตักใส่ข้าวลงในชามโรยด้วยสาหร่ายและผักตามชอบ แต่ต้องเป็นของที่ไม่หนักท้องเท่าไหร่ ซูชิชนิดนี้จัดทำในแต่ละพื้นที่แตกต่างกันไป

*โอชิซูชิ (Oshi Sushi ) หรือรูปแบบคันไซจากเมืองโอซาก้า เอาข้าวแล้ววางเนื้อปลาไว้ด้านบนมาอัดลงในแม่พิมพ์รูป สี่เหลี่ยมตามยาวหั่นขนาดพอดีให้รับประทานเป็นคำๆ

*Temarizushi ข้าวปั้นของเป็นลูกกลมๆ วางหน้าซูชิแต้มวาซาบิเล็กน้อยแล้วห่อกับพลาสติกบีบด้วยฝ่ามือให้เข้ากัน นิยมใช้อาหารทะเลและอาหารสดหรืออาหารย่าง

*สุงะตะซูชิ (sugata sushi ) ซูชิที่นำปลาทั้งตัวมาล้างและควักเครื่องในออกให้สะอาด มาหั่นเป็นแว่นๆ แล้วนำไปวางบนข้าว บางแห่งนำหัว และ/ หรือ หางปลาไปยัดไส้ข้าว

*นาเระซูชิ (naresushi ) ซูชิที่มีลักษณะคล้ายกับปลาส้ม

ประวัติซะชิมิ

ซะชิมิ เป็นอาหารญี่ปุ่นแบบประณีตชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยเนื้อสัตว์หรือเนื้อปลาดิบสดแล่ให้เป็นชิ้นๆ
ซะชิมิ หมายถึง “ ร่างกายที่ถูกเจาะ “ กล่าวคือ = ซะชิมิ ซึ่ง =ซะชิ (เจาะ,ทิ่มแทง) และ = มิ (ร่างกาย เนื้อสัตว์) คำนี้มีใช้ตั้งแต่ยุคมุโระมะชิ และเป็นไปได้ว่าได้รับการบัญญัติขึ้นเมื่อคำว่า =คิรุ (ตัด) ซึ่งเป็นขั้นตอนการทำอาหารถูกมองว่าอัปมงคลเกินไปสำหรับ บุคลลที่ไม่ใช้ซะมุไร คำนี้อาจแผลงมาจากการฝึกแทงหางและครีบปลาให้เป็นแผ่นบางๆ ในการระบุชนิดของปลาที่กำลังกิน
ชื่อนี้มีความเป็นไปได้อีกอย่างว่ามาจากการจับปลาด้วยวิธีดังเดิม โดยปลา “ ระดับซะชิมิ “ จะถูกจับโดยใช้เบ็ดมือทันทีที่ปลาถูกจับได้ สมองของมันจะถูกแทงด้วยของมีคม จากนั้นปลาจะถูกนำไปวางบนน้ำแข็ง การใช้ของมีคมนี้เรียกว่า อิเกะจิเมะ (Ike jime) และการที่ปลาตายทันทีหมายความว่าเนื้อปลาประกอบด้วยกรดแล็กติกปริมาณเล็กน้อย แสดงว่าปลาจะยังสดหากวางบนน้ำแข็งเป็นเวลา 10 วัน โดยไม่เปลี่ยนเป็นสีขาวหรือเสีย